อนุมูลอิสระคืออะไร ??

อนุมูลอิสระคืออะไร

โดยปกติแล้ว ในร่างกายของคนเรามีการสร้างอนุมูลอิสระ (free radical) ขึ้นตลอดเวลา จากกระบวนการหายใจ, กระบวนการเมตาบอลิซึม (metabolism), ปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) รวมทั้งจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเองเมื่อได้รับสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น ไวรัส, แบคทีเรีย หรือมลพิษต่าง ๆในสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

 อนุมูลอิสระ เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรและว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี เกิดการแย่งจับอิเล็กตรอนจากโมเลกุลเซลล์ดีในร่างกาย ส่งผลให้เกิดการทำลายโมเลกุลอื่นๆ ต่อเนื่องไปเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ หากมีในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะไปทำลาย DNA,เยื่อหุ้มเซลล์ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ เป็นผลให้เกิดร่างกายดูแก่กว่าวัย และเกิดโรคต่างๆได้ง่าย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งบางชนิด โรคอัลไซเมอร์ และโรคไขมันในเลือดสูง

ปัจจุบันจึงมีการค้นหาสารต้านอนุมูลอิสระว่ามีอะไรบ้าง และมีในอาหารการกินและผลไม้อะไรบ้าง พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระมีหลายชนิดเช่น แคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี และยังพบอีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้อยู่ในผักและผลไม้ที่เรารับประทานกันนี่เอง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงที่สุดในท้องตลาดตอนนี้คือ Astaxanthin หรือสาหร่ายแดง

Astaxanthinกัดมาจากสาหร่าย Haematococcus pluviallis จากงานวิจัยพบว่ามีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ได้แรงกว่า วิตามินซี 6000 เท่า ดีกว่า CoQ10 800 เท่า ดีกว่า วิตามินอี 550 เท่า ดีกว่าชาเขียว 550 เท่า ดีกว่า Alpha lipoic acid 75 เท่า ดีกว่า เบต้า แคโรทีน 40 เท่า และดีกว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า จนได้รับสมญาณนามว่า “The Natural Powerful antioxidant known in The World” โดย Astaxanthin เพียง 1 มิลลิกรัม จะมีค่าเท่ากับวิตามินซี 6,000 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับส้ม 80 ผลโดยประมาณ

สรรพคุณของ Astaxanthin  ช่วยให้ผิวคงความอ่อนวัย ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยและจุดด่างดำ ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการเมื่อยล้าของสายตา แสบตา ตาอักเสบ ช่วยดูแลระบบอวัยวะต่างๆร่างกาย ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมอง

 

ดังนั้นการที่เรารับประทานสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ซ่อมแซมบำรุงร่างกาย ไม่ให้ร่างกายเกิดการเสื่อมโทรมก่อนวัยอันควร แต่ความสำคัญของการดูและสุขภาพ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ร่างกายต้องจะแข็งแรงจึงต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ และรับประทานน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไปได้ด้วยดี

 

บทความโดย พท.ชัชสรัญ ตรีทิพยรักษ์

(แพทย์แผนตะวันออก ผู้ชี่ยวชาญด้านสมุนไพร)